การทำความสะอาดด้วยตัวเองแบบง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก

6หลังจากกลับบ้านก็รีบถอดรองเท้าแล้วโยนกระเป๋าไว้บนโซฟาจากนั้นก็ทิ้งตัวลงนอนไม่มีวันไหนเลยที่คุณลุกขึ้นมาทำความสะอาด แต่ก็บ่นว่าบ้านสกปรกทุกวัน คุณเป็นแบบนี้อยู่หรือเปล่าคะ ถ้าคุณยังมีกิจวัตรประจำวันแบบนี้อยู่ล่ะก็บ้านของคุณไม่มีทางสะอาดขึ้นอย่างแน่นอนต่อให้คุณจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาด สุดท้ายก็เจอกับสภาพของรก ๆ อยู่ดี ฉะนั้นเริ่มจากตัวคุณก่อนดีที่สุดสร้างนิสัยรักความสะอาดเริ่มจากของใกล้ตัว เช่น ของใช้ในบ้านก่อนแล้วค่อยจัดแจงดูแลทำความสะอาดบ้านของคุณอย่างสม่ำเสมอเพื่อความสะอาดที่กลายเป็นนิสัยยังไงล่ะคะ

วางรองเท้าให้เป็นระเบียบ ก่อนเข้าบ้านเสียเวลาเอารองเท้าไปวางบนชั้นสักนิด ก็ทำให้บ้านดูเป็นระเบียบขึ้นเยอะ อาจจะแยกชั้น แยกตู้ตามจำนวนรองเท้าของสมาชิกในบ้าน และในตู้วางรองเท้าควรมีอุปกรณ์ทำความสะอาดรองเท้าด้วย ทำให้รองเท้าสะอาดก่อนออกจากบ้าน เพิ่มความมั่นใจให้คุณมากขึ้น ส่วนบริเวณประตู ควรนำพรมเช็ดเท้ามาวาง เพื่อทำความสะอาดฝุ่นที่ติดมากับเท้า และเพื่อป้องกันฝุ่นจากภายนอกด้วย

จัดการฝุ่นในบ้านด้วยเครื่องดูดฝุ่นการใช้เครื่องดูดฝุ่นเป็นวิธีกำจัดฝุ่นที่ดีกว่าการใช้ไม้กวาด เอาไว้สำหรับดูดในบริเวณที่ไม้กวาดไม่สามารถจัดการได้ เช่น พรม หรือตามซอกต่าง ๆ ของบ้าน เพราะเครื่องดูดฝุ่นมีสามารถเปลี่ยนหัวปรับ ให้ทำความสะอาดในพื้นที่ต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ จะเป็นฝุ่น ขนสัตว์ เศษแก้ว ก็ไม่หวั่น แถมยังใช้เวลาน้อยกว่าการกวาดบ้านอีกด้วย

เช็ดน้ำในห้องน้ำให้แห้งหลังการอาบน้ำหากมีสบู่หรือแชมพูหยดลงบนพื้นควรทำความสะอาดให้เรียบร้อย แล้วเช็ดฝ้าบนกำแพง และไล่น้ำบนพื้นออกไปให้หมด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุในห้องน้ำในการอาบน้ำครั้งต่อไป โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ ส่วนอุปกรณ์ต่าง ๆ ในห้องน้ำ ควรมีชั้นวางเป็นที่เก็บอุปกรณ์สำหรับอาบน้ำของคุณ

รีบเช็ดอ่างล้างหน้าหลังใช้หลังจากที่คุณแปรงฟัน หรือล้างหน้าเสร็จแล้ว ควรเช็ดอ่างล้างหน้าสะอาด เพราะถ้าปล่อยให้อ่างแห้งเอง ก็จะมีคราบยาสีฟันหรือโฟมล้างหน้าของคุณเหลือเอาไว้ควรใช้น้ำส้มสายชูประมาณ 1 ถ้วยเททิ้งไว้ 1 คืน แล้วค่อยมาราดน้ำทำความสะอาดอีกครั้งในตอนเช้า จะช่วยขจัดคราบต่าง ๆ ออกจากอ่างล้างหน้าได้ดี นอกจากนี้หากคุณแปรงผมใกล้อ่างล้างหน้า ก็อย่าลืมเก็บเศษผมไปทิ้งด้วย เพราะเศษผมเป็นสาเหตุสำคัญ อาจทำให้ท่อน้ำอุดตันได้นะคะ

ประเภทของธุรกิจบริการทำความสะอาด

แยกออกตามขนาดของงาน ดังนี้

1.งานทำความสะอาดขนาดใหญ่ ได้แก่ การทำความสะอาดตึกอาคารขนาดใหญ่ โครงการ โรงงาน โรงพยาบาล ฯลฯ ส่วนใหญ่ใช้การประมูลแข่งขันกันเพื่อให้ได้งาน

2.งานทำความสะอาดระดับปัจเจกชนหรือระดับครัวเรือนโดยเฉพาะบ้านที่อยู่อาศัย ผู้ประกอบการบริการทำความสะอาดส่วนใหญ่ไม่ให้ความสนใจ และหลีกเลี่ยงการรับงานระดับครัวเรือน ยกเว้นในกรณีงานที่ทำครั้งเดียวเสร็จ เช่น งานทำความสะอาดบ้านก่อนการเข้าอยู่ หรือในโอกาสสำคัญๆ เช่น ใช้บ้านเป็นสถานที่จัดงานต่างๆ เช่น ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ จัดงานบวช เป็นต้น

การจ้างงานในธุรกิจบริการทำความสะอาดคาดว่ามีจำนวนพนักงานในธุรกิจนี้ประมาณ 0.28 ล้านคน แบ่งเป็นพนักงานประจำสำนักงานประมาณ 0.03 ล้านคน และพนักงานทำความสะอาดและควบคุมการปฎิบัติการประมาณ 0.25 ล้านคน (พนักงานทำความสะอาดมีการว่าจ้าง 2 ลักษณะ คือ พนักงานประจำ และจ้างในลักษณะชั่วคราว)

ปัจจัยหลักที่ทำให้ธุรกิจบริการทำความสะอาดประสบความสำเร็จ คือ บุคคลากร เนื่องจากคุณภาพในการให้บริการขึ้นอยู่กับพนักงานทำความสะอาด โดยผู้ประกอบการจะต้องมีกระบวนการจัดอบรมพนักงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถให้บริการได้อย่างรวดเร็ว และเรียนรู้เทคโนโลยี และวิธีการในการทำความสะอาดแบบใหม่ๆ เพื่อให้พนักงานให้บริการกับลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและลูกค้าได้รับบริการที่น่าพึงพอใจ ปัจจัยด้านการพัฒนาคุณภาพของบุคคลากร นับว่าเป็นกุญแจสำคัญสำหรับธุรกิจบริการทำความสะอาดขนาดใหญ่ให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจ เนื่องจากบรรดาธุรกิจบริการทำความสะอาดขนาดใหญ่เหล่านี้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ในการบริหาร การจัดการอบรม และพัฒนาบุคคลากรอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการให้บริการ และความรู้ในการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัย ส่งผลให้กิจการสามารถผลิตและรักษาบุคคลากรไว้ได้ อันนำไปสู่คุณภาพของการบริการที่ดี รวมทั้งยังมีการนำเทคโนโลยี อุปกรณ์และเครื่องมือทำความสะอาดเข้ามาช่วยทุ่นแรง และประหยัดเวลาในการทำงาน รวมทั้งยกระดับมาตรฐานบริการให้สูงขึ้นเทียบเท่ามาตรฐานสากล

พิจารณาสิ่งเหล่านี้ก่อนคิดจ้างแม่บ้านทำความสะอาด

สมัยนี้การทำงานบ้านเป็นเรื่องไม่ถนัดสำหรับคนรุ่นใหม่หลายคน อีกทั้งค่าครองชีพที่มากขึ้นเรื่อย ๆ จนคนส่วนใหญ่มักใช้ชีวิตในแต่ละวันหมดไปกับการทำงานนอกบ้านกันซะหมด เลยไม่มีใครทำหน้าที่แม่บ้านดูแลทำความสะอาด แถมกว่าจะถึงบ้านก็หมดเรี่ยวแรงจัดการบ้านไปซะแล้ว หลายคนจึงเริ่มมองหาตัวแทนที่จะมาช่วยทำความสะอาดบ้านและจัดแจงความเรียบร้อย ๆ ต่าง ๆ แทน แต่การจ้างแม่บ้านก็ไม่ใช่เพียงแค่รับมาแล้วจบเลยเท่านั้น ลองมาพิจารณาสิ่งเหล่านี้ก่อนคิดจ้างแม่บ้านกันดีกว่าค่ะ

1. ลองคิดดูดี ๆ ว่าจำเป็นหรือเปล่า

ก่อนจะคิดจ้างแม่บ้านมาเนี่ย ลองถามตัวเองดูสิว่าคุณจำเป็นต้องใช้แม่บ้านจริง ๆ หรือแค่เพราะความขี้เกียจของตัวเองกันแน่ ถ้าคุณเป็นแม่บ้านอยู่แล้ว การอยู่บ้านเฉย ๆ ทั้งวันก็น่าจะมีเวลาให้คุณทำความสะอาดนี่นา และถ้าคิดว่าบ้านใหญ่จริง ๆ จนทำความสะอาดไม่ไหว อาจจ้างคนมาทำความสะอาดใหญ่นาน ๆ ครั้งแทนก็ได้ เชื่อเถอะว่าประหยัดกว่าการจ้างแม่บ้านประจำเยอะเลยล่ะ แต่ถ้าคุณเป็นคนทำงานนอกบ้านที่ไม่มีเวลาจริง ๆ ก็โอเค

2. เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย

ลองเทียบกันดูว่าการจ้างแม่บ้านประจำ หรือใช้บริการทำความสะอาดเป็นครั้งคราวจะดีกว่ากัน ทั้งนี้จริง ๆ แล้วทั้งสองแบบก็มีข้อเสียต่างกันไปทั้งคู่นั่นแหละ มันสำคัญตรงที่ว่าแบบไหนเหมาะกับบ้านของคุณมากกว่าเท่านั้นเอง โดยบริการทำความสะอาดนั้นจะรวดเร็วว่องไวกว่า แต่ควรใช้แค่นาน ๆ ครั้งเท่านั้น ไม่อย่างนั้นได้จ่ายแพงแน่ ในขณะที่แม่บ้านอาจทำให้คุณมีภาระรายจ่ายแบบตายตัวซึ่งหารออกมาเป็นวันแล้วราคาถูกกว่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้แม่บ้านที่ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพกันทุกคน ดังนั้นลองชั่งน้ำหนักดูความเหมาะสมด้วยนะคะ

3. เรียนรู้เรื่องกฏหมายให้ดี

อย่าคิดว่าการจ้างคนมาทำงานเป็นเรื่องง่าย ๆ เด็ดขาด ควรเช็คกฎหมายต่าง ๆ ให้ดีด้วยว่าคุณควรให้ค่าแรงเขาเท่าไหร่ และถ้าจ้างแรงงานต่างด้าวต้องไปแจ้งหน่วยงานไหนหรือไม่ มิฉะนั้นเกิดมาเดือดร้อนเอาทีหลังจะหาว่าไม่เตือน ที่สำคัญอย่าลืมเรื่องให้ความสำคัญกับข้าวของที่อาจสูญหาย หรือความเป็นส่วนตัวที่จะลดลง หากมีสัญญาอะไรที่ป้องกันได้ ให้รีบจัดการไว้แต่เนิ่น ๆ เลยก็ดี

4. ตกลงเรื่องค่าจ้างให้ดี

คิดเสียก่อนว่าคุณจะให้ค่าจ้างการทำงานเป็นชั่วโมง รายวัน หรือจะให้เป็นค่าจ้างรายเดือนกันแน่ ซึ่งแต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป โดยค่าจ้างต่อชั่วโมงอาจทำให้แม่บ้านพยายามอู้ให้งานเสร็จช้าลง เพื่อยืดเวลาขึ้นไปอีก ในขณะที่ค่าจ้างต่อวันอาจทำให้แม่บ้านรีบทำให้เสร็จเร็ว ๆ และไม่สะอาดเท่าที่ควร ขณะที่การจ้างรายเดือนคุณเองจะต้องมีภาระค่าใช้จ่ายในการจัดหาที่พัก และสิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงอาหารการกินให้กับพวกเขาด้วย คุณจึงควรพิจารณาเรื่องพวกนี้ให้ดี ว่าจะจัดค่าจ้างอย่างไรให้คุ้มที่สุด

5. ถามจากเพื่อน ๆ

การจ้างคนแปลกหน้ามาป้วนเปี้ยนอยู่กับข้าวของเครื่องใช้ราคาแพงของคุณออกจะเป็นเรื่องเสี่ยงอยู่สักหน่อย เพราะสมัยนี้ดูหน้าใช่ว่าจะรู้ใจ เห็นหน้าซื่่อ ๆ บางคนอาจซ่อนพฤติกรรมร้าย ๆ เอาไว้ จนคุณคาดไม่ถึงเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นการเลือกจ้างคนที่คนรู้จัก จากคำแนะนำของเพื่อน หรือคนในครอบครัว ก็น่าจะปลอดภัยกว่า แต่ถ้าอยากให้มั่นใจอีกหน่อยก็เลือกแม่บ้านจากบริษัทจัดหางานที่การันตีความรับผิดชอบด้วย ก็จะทำให้สบายใจมากขึ้น

6. สัมภาษณ์ก่อนด้วย

งานแม่บ้านก็เหมือนงานอื่น ๆ ที่คุณควรสัมภาษณ์ก่อนจะรับเข้าทำงาน จะได้ลองคุยดูจนพอรู้นิสัยใจคอหรือประวัติคร่าว ๆ บ้าง ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องจัดสัมภาษณ์อย่างเป็นทางการนักหรอก แค่นั่งคุยกันสบาย ๆ ก็พอแล้ว ซึ่งคำถามหลัก ๆ ที่คุณควรถามก็คือเรื่องงานการก่อนหน้านี้ ภูมิลำเนา และครอบครัวของเขานั่นเอง

7. จัดช่วงทดลองงาน

ไม่ใช่ว่าพอสัมภาษณ์เสร็จแล้วถูกใจ ก็ควรจ้างงานเลยทันทีหรอกนะคะ เพราะต่อให้พูดจาดีแค่ไหน ก็รับรองเรื่องผลการทำงานไม่ได้หรอก ดังนั้นก่อนจะตกลงว่าจ้างกันเป็นเรื่องเป็นราว คุณควรจัดช่วงทดลองงานก่อน เป็นระยะเวลาเท่าไหร่ก็ว่าไป เพื่อทดสอบว่าเขาจะทำความสะอาดได้เรียบร้อยหมดจดถูกใจคุณหรือเปล่า อ้อ..แล้วก็อย่าลืมตกลงเรื่องค่าจ้างในช่วงทดลองให้ดีด้วยล่ะ

ทั้งนี้หลังจากจ้างแม่บ้านแล้วก็อย่าเพิ่งชะล่าใจเกินเหตุ จนวางทรัพย์สินมีค่าทิ้งไว้เด็ดขาด ควรเก็บใส่ลิ้นชักหรือเซฟแล้วล็อคให้แน่นด้วย ไม่อย่างนั้นเกิดหายขึ้นมา จะมาเสียใจทีหลังก็ไม่ทันแล้วนะคะ

การทำความสะอาด เพื่อสุขภาพที่ดี

เรื่องทำความสะอาด เป็นปัญหาใหญ่สำหรับหลายๆ คนเลยทีเดียวนะคะ เพราะบ้านเมืองของเราเป็นเมืองร้อน ทำให้มีฝุ่นละอองปลิวอยู่ในอากาศเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ เนื่องมาจากบนท้องถนน มีปริมาณรถเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ทั้งควันจากท่อไอเสีย และฝุ่น ผง ที่ฟุ้งกระจายอยู่ทั่วไป อีกทั้งผู้คนก็ยังติดนิสัยทิ้งถุงขยะ ทำให้บรรยากาศรอบตัวเรา ไม่ค่อยน่ารื่นรมย์กันซักเท่าไร จำได้ว่า ครั้งหนึ่ง เราเคยมีการรณรงค์ทำความสะอาด และการทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทาง แต่เมื่อโครงการนั้นจบลง ความเคยชินเก่าๆ ก็ทำให้ผู้คนกลับมาประพฤติ ปฏิบัติเหมือนเดิม ทั้งๆ ที่ ถังขยะ ก็มีวางกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ให้เห็นกันอย่างเด่นชัด

นอกจากการทำความสะอาด ตามถนนหนทาง ตามที่เกริ่นนำมาแล้ว ตามสถานที่สำคัญๆ ต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น วัดวาอาราม ที่มีผู้คนนิยมไปทำบุญ ฟังเทศน์ ฟังธรรม สักการะบูชาพระ โดยเฉพาะในวันหยุด เราจะเห็นได้ว่า หลังจากที่มีการซื้อดอกไม้ ธูปเทียน และทองคำเปลว สำหรับปิดองค์พระแล้ว เมื่อเสร็จพิธี ก็จะมีเศษกระดาษ เศษดอกไม้ หล่นเกลื่อนกระจายอยู่เต็มไปหมด หรือแม้แต่ตามสวนสาธารณะ ที่เปิดให้บริการสำหรับประชาชนทั่วไป เพื่อส่งเสริมให้ทุกๆ คน ได้มีที่ออกกำลังกาย ครอบครัวเล็กๆ พากันมาปิคนิค เพื่อให้เด็กๆ ได้วิ่งเล่น ออกกำลังกายเพื่อให้สุขภาพแข็งแรง แต่หลายๆ ครั้ง ที่มีคนทิ้งขยะไว้ให้ดูต่างหน้า หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจของครอบครัว สิ่งเหล่านี้ กลายเป็นภาระอันยิ่งใหญ่ สำหรับผู้ดูแลสถานที่ แม้ว่าจะเป็นหน้าที่ที่จะต้องดูแล ทำความสะอาด แต่การปลูกจิตสำนึกให้ทุกๆ คน มีส่วนร่วมกันในการทำความสะอาด สถานที่ต่างๆ ที่ไปใช้บริการ ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด เพราะเราทุกคน จะได้มีสถานที่สะอาดๆ ไว้เพื่อพักผ่อน ในวันที่ชีวิตต้องการความผ่อนคลาย โดยไม่ต้องมาคอยหงุดหงิด เสียอารมณ์กับขยะ หรือความสกปรก ที่แต่ละคนทิ้งไว้ก่อนหน้านี้

วิธีทำความสะอาดสถานที่ต่างๆ จริงๆ แล้ว แค่เราให้ความร่วมมือ ช่วยกันคนละนิด คนละหน่อย เมื่อเห็นถุงขยะปลิวอยู่แบบไม่เป็นที่เป็นทาง ก็ช่วยเก็บลงถังขยะ โดยไม่ต้องรอให้เป็นหน้าที่ของคนกวาดขยะ ที่สำคัญ ต้องเริ่มที่ตัวเรา ถ้าแต่ละคนมีจิตสำนึกในการรักษาความสะอาด ไม่ทิ้งขยะ หรือเตือนสมาชิกในครอบครัว ให้รู้จักทำหน้าที่ เสียสละเพื่อสังคมบ้าง บ้านเมืองของเราก็จะสะอาดเอี่ยม เรียบร้อย เมื่อมองไปรอบๆ ตัว ก็จะเห็นแต่ความเจริญูหูเจริญตา ดังเช่น ประเทศสิงคโปร์ เป็นที่ร่ำลือกันมาก เกี่ยวกับการรักษาความสะอาด นอกจากจะใช้กฏหมาย มาเป็นเกณฑ์บังคับกันแล้ว ยังมีการปลูกจิตสำนึกที่ดี จนกลายเป็นนิสัยที่ติดตัวกันมา

ดังนั้น เมื่ออยากให้บ้านเมืองสะอาด นอกจากจะดูแลบ้านของเรา ให้สะอาดเรียบร้อยแล้ว ทุกๆ ที่ที่เราไป ก็ควรจะช่วยกันดูแลให้สะอาดด้วยเช่นกันค่ะ

การทำความสะอาดในโรงงานที่ใหญ่โต

การทำความสะอาดในโรงงานที่ใหญ่โต
เป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับจะทำความสะอาดทั้งโรงงานอุสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่โตมาก และต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงถ้าต้องจ้างบริษัทที่ทำความสะอาดโดยเฉพาะ เครื่องดักฝุ่น ในโรงงานอุสาหกรรมใหญ่จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำการติดตั้งทุกๆโรงงาน เครื่องดักฝุ่น เป็นเครื่องแยกสารปนเปื้อนในอากาศแบบหนึ่งที่นิยมใช้กันมากในอุตสาหกรรมการผลิตที่มีฝุ่นปริมาณความเข้มข้นสูงๆ เช่น อุตสาหกรรมการผลิตปูนซีเมนต์ อุตสาหกรรมการเจียระไนและขัดผิวโลหะต่างๆอุตสาหกรรมเตาหลอมโลหะ หรือปล่องควันจากหม้อต้มไอน้ำ เป็นต้น

ถึงจะมีต้นทุนในการติดตั้งสูงแต่ การระบายอากาศจะมีประสิทธิภาพและมีผลให้คนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีสุขภาพดี ปลอดภัย และยังช่วยป้องกันการสะสมของก๊าซ ไอระเหย และฝุ่นละอองที่เป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตหรือวัสดุอุปกรณ์ต่างๆได้อีกด้วย การดักฝุ่นหรือการระบายอากาศในอุตสาหกรรมมีจุดประสงค์ใหญ่ๆเพื่อ ลดปริมาณสิ่งสกปรกและเป็นพิษที่ผสมอยู่ในอากาศให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ให้ภาวะอากาศหรืออุณหภูมิและความชื้นอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ให้มีการเคลื่อนไหวของอากาศภายในอาคารมากพอเพียงที่จะระบายความร้อนเพื่อให้คนที่อยู่ในพื้นที่ทำงานมีความรู้สึกสบาย ป้องกันการติดไฟ และการระเบิดที่เกิดจากความเข้มข้นของมลพิษ เครื่องดักฝุ่น จะควบคุมให้สารปนเปื้อนในอากาศมีความเข้มข้นอยู่ในระดับมาตรฐานในบริเวณพื้นที่ทำงาน บริษัทใหญ่ๆจะคำนึงถึงสุขภาพของพนักงานในโรงงานอุสาหกรรมไม่ให้ได้รับสิ่งอันตรายหรือสารที่เข้าไปทำลายระบบทางเดินหายใจหรืออวัยวะภายในร่างกาย

การดำเนินกิจกรรม 5 ส. เพื่อความสําเร็จขององค์กร

5 ส. แปลมาจากคําย่อ “ 5 S. ” ซึ่งเป็นอักษรตวแรกของคำในภาษาญี่ปุน 5 ส. หมายถึง

  1. สะสาง ( SEIRI : เซริ ) หมายถึง แยกของที่ไม่ต้องการออกจากของที่ต้องการและทำให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
  2. สะดวก ( SEITON : เซตง ) หมายถึง จัดของให้เป็นระเบียบและวางของไว้ในที่ๆ ควรอยู่เพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการทํางาน
  3. สะอาด ( SEISO : เซโซ ) หมายถึง ทําความสะอาดสถานที่ และอุปกรณเครื่องมือเครื่องใช้เป็นประจำ
  4. สุขลักษณะ ( SEIKETSU : เซเคทซึ ) หมายถึง ทําให้เกิดสุขลักษณะโดยทํา 3 ข้อ ข้างต้น ให้ดีขึ้น และคงรักษาให้ดีตลอดไป
  5. สร้างนิสัย ( SHITSUKE : ชิทซึเคท ) หมายถึง ฝึกให้เป็นนิสัย ทําเรื่องทั้งหมดนี้ ให้เป็นนิสัย และปฏิบัติอย่างเคร่งครัด